เพลงนี้เกิดไม่ทันหรอกนะ แฮ่ม.. ออกตัวไว้ก่อน 555

เป็นเพลงแรกที่หัดเล่นกีตาร์
ตอนนั้นยังไม่มีกีตาร์เป็นของตัวเอง ยังมีฉายาว่ากีตาร์ยืมอยู่
พอได้ดูหนังเรื่อง.. ไรนะ.. ซึมน้อยหน่อย กะล่อนมากหน่อย (มั้ง)

มีเพลงนี้ที่ เพ็ญ พิสุทธิ์ เป็นคนร้อง
ไม่ได้เลยๆ เพลงไรว่ะ ง่ายอิ๋บเอ๋ง
เลยไปสอยมาเลยกีตาร์โปร่ง
จากนั้นก็ซ้อมๆๆๆ ก่อนจะไปคาร์เนกี้ฮอล์
โอ้เอยหัวใจ
ทำไฉนถึงจะลืมเขา
เขาไม่รักเรา จะมัวเศร้าอยู่ทำไม
เขาเคยบอกรักเรา
แต่เขายังเปลี่ยนใจ
เขาไปมีคนรักใหม่ ทิ้งเราให้อยู่คนเดียว
อยากจะเปลี่ยนใจ
อยากลืมเขาไปจากใจเรา
ลืมความหลังครั้งเก่า ที่ยังเฝ้าหลอนใจ
แต่ตัดใจไม่ลง
ทั้งรักทั้งหลงเขากว่าใคร
เขายังเฝ้าทำลาย สร้างแผลใจให้กับเรา
----- ไอ้หนังเรื่องซึมน้อยหน่อย กะล่อนมากหน่อยเนี่ย สมัยก่อนเขาเรียกกัน "ซึมฯ" สั้นๆ สะดวกปาก
เป็นหนังเรื่องแรกของพี่ปื๊ด พี่อังเคิล เลย แกจับคู่ดูโอกัน กำกับกัน 2 คน
หนังออกมา ฮาาาา มาก คนดูก็มากด้วย คนดูมากคุณวิสูตรเจ้าของหนังเลยให้ทำเรื่องปลื้มต่อ
เป็น ซึมฯ ภาคสองนั่นแหละ แต่ตั้งชื่อใหม่ว่าซึม
โปสเตอร์ที่เห็นเป็นฝีมือของคุณวิสูตร (วิสูตรไหน ก็วิสูตรเจ้าของบริษัท ไท เอนเตอร์เทนเมนท์)
หนึ่งในหุ้นส่วนของ GTH (แกรมมี่ ไท ฮับโฮหิ้น) เป็นคนวางแผนว่าหนังแต่ละเรื่องของ gth ควรจะออกเวลาไหน
แกแม่นมากเรื่องการตลาดหนัง
หลังจากดูหนังเรื่องนี้ มันทำให้เด็กอย่างผมประทับใจมาก เพราะการลำดับภาพกับแก๊กตลกของเรื่องนี้นับว่า เดิ้น จริงๆ ในสมัยนั้น
มันเป็นความฝังใจจนวันหนึ่ง ผมได้เข้าไปทำงานที่บริษัท ไท เอนเตอร์เทนเมนท์ ผมเจอคุณวิสูตร อดใจไม่ไหวจนต้องเดินเข้าไปบอกแก
แกก็งงๆ นะ ก็แกเป็นเจ้านายผม
ซึ่งไม่ใช่เจ้านายธรรมดา
แต่เป็นเจ้านายที่เป็นผู้บริหารที่ใหญ่ที่สุดในบริษัท
ผมเดินเข้าไปแบบน่าตบกะโหลกมาก
"พี่วิสูตรครับ ผมเคยดูเรื่องซึมฯ สนุกมาก ชอบมากครับ
ถ้ามีโอกาส พี่ต้องสนับสนุนผมเป็นผู้กำกับบ้างนะครับ"
ดูความเสี่ยวของมันครับ กระแดะไปบอกว่าจะเป็นผู้กำกับอีกแน่ะ
เหมือนจะพูดเล่น แต่ผมเอาจริงนะครับ ไอ้เรื่องผู้กำกับหนัง
เดินไปเคาะห้องคุณวิสูตร เอาบทหนังไปเสนอมาแล้ว
แล้วจะมาเล่าให้ฟังวันหลัง
เป็นบุญของวงการหนังไทยแล้วล่ะครับ บอกได้เท่านี้จริงๆ สำหรับวันนี้
อ้อ..ติดเรื่องที่ผมเคยเข้าไปทำงานที่บริษัท ไทฯ ไว้ด้วย
อยากรู้ใช่ม๊า.. ว่าผมไปทำตำแหน่งหน้าที่อะไรในวงการภาพยนตร์
ซึมฯ เป็นแรงบันดาลใจ ให้ผมมุ่งมั่นว่าจะต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ ไท เอนเตอร์เทนฯ ให้ได้
ตอนนั้นไม่ได้อยากเป็นผู้กำกับอะไรเลย
แต่รู้สึกว่า อยากให้ตอนที่เขาถ่ายหนังกันเลย จะได้รู้เรื่องเร็วๆ
สมัยนั้นเข้าใจว่าเขาถ่ายต่อเนื่องเป็นเรื่องราว ไม่รู้ว่ามันต้องมีการลำดับภาพ
นอกจากจะชอบการลำดับภาพของหนัง
สะกิดใจกับเพลงจนต้องเอามาหัดเล่นกีตาร์
เรื่องนี้ พี่เอ็ม พร้อมกับทรงผมตั้ง (หัวตั้ง)
ได้มาแจ้งเกิดในใจผมแล้ว
และก็เป็นเดชะบุญของพี่เอ็มที่จนป่านนี้แล้วผมยังตามหาตัวแกไม่เจอ
ยังคิดอยู่ว่า เมื่อไรจะว่างไปดักรอเจอแกแถวๆ กองถ่ายท่านมุ้ยสักที
ทีแรกก็ถูกในคาแรกเตอร์ของตัว "สมชาย" ที่พี่เอ็มแสดง
มันโด่ดเด่นมาก จนในเรื่อง "ปลื้ม" ได้มาเป็นตัวเด่น
บี้มากับพระเอก บิลลี่ เลย
เหนื่อยแล้วล่ะ พอก่อนดีกว่า 555