เรารักในหลวง

dfly's posts with tag: market

What are tags? You can give your posts a "tag", which is like a keyword. Tags help you find content which has something in common. You can assign as many tags as you wish to each post.
View posts by people in your network with tag market
ถือเป็นการกลืนน้ำลายตัวเอง.. ยอมแพ้แก่เพื่อน
จนต้องเอามาแปะไว้
อืมม์..เอาล่ะ ถึงยังไงก็มีเพื่อนเป็นกำลังใจล่ะ(ว่ะ)

หวังว่ากระทรวงหรือสมาคมรักร่วมเพศคงจะไม่รุมตื้บหรือดักเอาทุเรียนตบเรานะ ที่ตั้งชื่อแบบนี้ก็ตั้งด้วยรักและเอ็นดู๊ เอ็นดู 555

มีอยู่ 3 trends ของการตลาดที่เริ่มมีความสำคัญมากขึ้นทุกที และเรามองว่าทั้งหมดที่ว่านี้จะกลายเป็น trends อมตะนิรันดร์กาลไปอย่างแน่นอน

เทรนด์ที่ให้ความสำคัญกับ กลุ่ม ผู้หญิง, รักร่วมเพศ และ baby boomers (อายุ 40 กว่าขึ้นไปจนถึง 60 ปีซึ่งสมควรจะเกษียณออกไปเล็มกิ่งโป้ยเซียนอยู่ที่บ้านได้แล้ว)

ในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ที่อนุรักษ์นิยมหัวโบราณขนาดไหน ก็ยังต้องหันมามอง ตลาดเกย์
อยากรู้มั้ย เรากำลังพูดถึงเงินจำนวนเท่าไร

ประเมินกันว่าการใช้จ่ายเงินของกลุ่มรักร่วมเพศในสหรัฐอเมริกาในปี 2011 จะสูงถึง 835 พันล้านดอลลาห์สหรัฐ ทั้งที่ปี 2006 น่ะอยู่ที่จำนวน 660 พันล้านดอลฯ เอง นั่นเป็นเพราะมีประชากรชาวรักร่วมเพศเพิ่มขึ้นจาก 15.3 ล้านคนเป็น 16.3 ล้านคนในปี 2011 ดูรายงานเกี่ยวกับตัวเลขได้ที่นี่

- ที่เพิ่มมาเป็น 10 ล้านเนี่ย เกย์เบบี๋เกิดใหม่ หรือ เกย์หน้าใหม่เพิ่งตบเท้าเข้าวงการเกย์หว่า.. -

ในอังกฤษมีประชากรชาวเกย์อยู่ประมาณ 6% ของประชากรทั้งหมด ก็ประมาณ 3.6 ล้านคน ปีๆ หนึ่ง เงินของชาวเกย์ก็สะพัด 130 พันล้านดอลฯ ต่อปี ชายชาวรักร่วมเพศของอังกฤษที่ทำงานประจำมีรายได้ 18,000 ดอลฯ / ปี โดยเฉลี่ยแล้วมีรายได้ต่อปีมากกว่าชายเต็มร้อยเสียอีก (เริ่มชักอยากจะเป็นเกย์นิดๆ แล้ว) สำหรับเลสเบี้ยนจะลดลงมาหน่อยอยู่ที่ 12,000 ดอล/ปี


(http://usualvisual.egologo.transindex.ro/wp-content/pinktv2.jpg)

บ้านเราเองก็เหอะ เมื่อก่อนมีแค่วงการบันเทิงนะที่พูดได้ว่า "วงการนี้กระเทยคุม" แต่เดี๋ยวนี้อ่ะ หล่อนคุมแทบทุกวงการล่ะย่ะ ไม่เว้นแม้กระทั่งวงการคนงานก่อสร้าง 555

เรายังจะอยู่กันที่อังกฤษ เพราะที่นี่ธุรกิจเกี่ยวกับเกย์กำลังเฟื่องฟูมาก โดยเฉพาะธุรกิจ wedding จัดงานแต่งงาน ตั้งแต่ธันวาคม 2005 - ธันวาคม 2006 มีชาวรักร่วมเพศในอังกฤษแต่งงานกันโดยมีผลทางกฎหมายถึง 18,000 คน นั่นเป็นเพราะอังกฤษได้ออกกฎหมายรองรับการแต่งงานของชาวรักร่วมเพศ

เป็นสาเหตุให้ธุรกิจจัดงานแต่งงานมีมูลค่าราว 7 หมื่นล้านปอนด์(สีชมพู)/ปี ในเมืองแมนเชสเตอร์ยังมีการจัดงาน เกย์ เวดดิ้ง เป็นประจำทุกปีอีกด้วย ภายในงานจะมีทุกสิ่งครบครันให้ชาวเกย์อินเลิฟได้เลือกสรร ทั้งสินค้าและบริการต่าง ๆ ตั้งแต่เพชรนิลจินดา สตูดิโอถ่ายภาพ จัดเลี้ยง จัดดอกไม้ ไปจนถึงให้คำปรึกษาทางกฎหมาย เพื่อให้งานแต่งงานออกมาดูดีที่สุดและมีผลทางนิตินัย

งานนี้มันมีไอเดียมาจาก จิโน เมอริอาโน ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจจัดงานแต่งงานที่ชื่อว่า พิงค์ เวดดิ้งส์ ตัวจิโนเอง กับไมค์ (แฟนหนุ่ม) เป็นหนึ่งในเกย์กลุ่มแรกที่แต่งงานกันในอังกฤษ หลังจากที่กฎหมายผ่านออกมาในเดือนธันวาคม 2005

แน่นอนว่าแต่งงานแล้ว ก็ต้องฮันนี่มูน ธุรกิจฮันนี่มูนเกย์ก็น่าที่จะมีมูลค่ามากกว่า 600 ล้านปอนด์ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า

นอกจากในอังกฤษแล้ว ที่เยอรมนี ฝรั่งเศส และสวิตเซอร์แลนด์ ก็มีกฎหมายอนุญาตให้เกย์ครองคู่กันทางนิตินัย เช่นเดียวกับที่เนเธอร์แลนด์ แคนาดา เบลเยี่ยม และสเปน มีกฎหมายอนุญาตให้คนเพศเดียวกันแต่งงานกันได้

ส่วนในสหรัฐมีเพียงรัฐแมสซาชูเสตต์เท่านั้นที่มีกฎหมายแบบเดียวกัน ส่วนที่เวอร์มอนท์หรือคอนเน็คติกัดอนุญาตให้เพียงอยู่ด้วยกันได้เท่านั้นฮ่ะ

เดี๋ยววันนี้ตัวแม่ขอตัวไปเริงร่า ฉ่ำโป๊ะ กับแฟนหนุ่มก่อนนะฮ่ะ
อ้อ.. จำเอาไว้นะฮ่ะ อีก 3-5 ปีน้ำจะท่วมโลก แต่ก่อนหน้านั้น เกย์จะครองโลกก่อนฮ่ะ ดัมเบิ้ลดอร์ ก็ช่วยไม่ได้นะฮ่ะ เพราะตานี่ก็ เกย์เฒ่า ดีๆ นี่เองล่ะฮ่ะ นังชะนีโรลลิ่งออกมาให้สัมภาษณ์แล้วฮ่ะ ว่าเฟิร์มๆๆๆ

- end -


อีกไม่กี่วันก็จะเป็นเดือนสุดท้ายของปีนี้แล้ว ก็หมายความว่าวันเวลากำลังจะเขี่ยปีพ.ศ. 2550 ทิ้งไปเพื่อที่จะต้อนรับปีพ.ศ.ใหม่ 2551 ในอีกไม่กี่วัน

ปีนี้มีรูปแบบ วิธีทำการตลาด หรือ trends ของการตลาดที่หลากหลาย และก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าปีหน้ามันหลากหลายและดุเดือดยิ่งกว่า เรามี 8 trends การตลาดของโลกที่คิดว่าปีหน้ามันมาหลอกเงินเอาเงินในกระเป๋าผู้บริโภคอย่างเราๆ แน่ๆ

1. บ่งบอกความเป็นคุณ :

http://www.carvariety.com/Web_2006/news/audinews001/002.jpg
(http://www.carvariety.com/Web_2006/news/audinews001/002.jpg)

ฟังดูเชยๆ แต่แบรนด์ทุกวันนี้มักจะมีภาพพจน์ที่บ่งบอกว่าผู้บริโภคแบรนด์นั้นๆ เป็นคนอย่างไร เจ๋ง หรูหรา ทันสมัย อนุรักษ์นิยม ช่างคิด สร้างสรรค์ อันที่จริงมันก็เป็นวิธีการตลาดเดิมๆ ที่เราเคยเห็นกันมาแล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่เชื่อเหอะว่ามันก็เหมือนแฟชั่นนั่นแหละ ที่ปีหน้าก็คงจะได้เห็นกันอีกแน่นอน เพราะอะไร ก็เพราะมันได้ผลอ่ะดิ โด่ว..ถามได้

 



2. PREMIUM :

http://www.evian.com/us/wallpaper/wallpaper8_1024.jpg
(http://www.evian.com/us/wallpaper/wallpaper8_1024.jpg)

หวังว่าความหมายของคำๆ นี้คงจะพอให้คุณให้ภาพได้บ้างนะ

อะไรนะ..ไม่เลยเหรอ

อืมม์.. เอางี้ premium เป็นอะไรที่พิเศษ พิเศษจริงๆ พิเศษมากๆ ไม่โหล ไม่บ้าน ไม่เบ ไม่ mass เป็นอะไรที่ limited edition

ความจริง premium trend มันก็ออกหน่อแตกกอมาจาก การทำตลาดที่พยายามจะให้ภาพลักษณ์สินค้าบ่งบอกความเป็นตัวของผู้ใช้นั่นแหละ แต่มันทำให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นไปอีก เราจะยกตัวอย่าง

ถ้าคุณเป็นคนดื่มน้ำแร่ eviant ด้วยภาพของสินค้า ขณะที่คุณถือน้ำยี่ห้อนี้ มันจะบอกกับคนอื่นๆ ว่าคุณเป็นคนใส่ใจในสุขภาพ มีดีไซน์ หรูหรา ไม่โหล ฯลฯ แต่นั่นคือ eviant ธรรมดา

ทีนี้ถ้าคุณถือขวด eviant แบบ limited edition ที่ผลิตออกมาเป็นจำนวนจำกัดล่ะ โหย..มันก็ยิ่งขับเน้นภาพลักษณ์ของคุณมากขึ้นไปอีก และแน่นอนว่าภาพลักษณ์นั้นมันมีราคาที่ต้องจ่ายมากขึ้น


3. SNACK CULTURE

http://www.dollsthailand.com/images/BK014.jpg
(http://www.dollsthailand.com/images/BK014.jpg)

มันจะเป็นแนวทางการทำการตลาดที่ไม่ยั่งยืน มาแล้วก็ไป

อืมม์..ก็จริงอยู่นะว่าอะไรๆ มันก็ไม่ยั่งยืน

แต่รูปแบบของ SNACK CULTURE มันจะเป็นอะไรที่เหมือนเป็นปรากฏการณ์ของแบรนด์นั้นๆ เป็นรูปแบบการบริการแบบเฉพาะกิจ

คงพอจะเห็นภาพแล้วนะว่ารูปแบบนี้จะใช้ช่วงเวลาสั้นๆ
แค่ระยะเวลาหนึ่งเป็นตัวกำหนด เป็นฤดูกาล

ใช่เลย! แบบช่วงปีใหม่ บริการจัดกระเช้าสินค้า หรือ สปอนเซอร์สักรายจัดกิจกรรมทางการตลาดเกี่ยวกับคอนเสิร์ตที่ตนสนับสนุน



4. online ทุกลมหายใจ

http://www.jennessa.net/img/jennessablog/jen.gif
(http://www.jennessa.net/img/jennessablog/jen.gif)

ทำไงได้ก็ในเมื่อชีวิตทุกวันนี้มันผูกติดกับความเป็นดิจิตอล ออนไลน์ อินเตอร์เนต วิธีทางการตลาดก็ต้องปรับตัวไปตามรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภค

ดูใกล้ตัว อย่างบลอกนี่ไง

ในเมืองนอกฮิตกันระเบิดระเบ้อไปแล้ว มีการนำไปใช้ในทางการตลาดอย่างเอิกเริก ทั้ง myspace facebook
รวมถึง youtube แม้จะไม่ใช่บลอกแต่มันกลายเป็นเครื่องมือทางการตลาดไปแล้ว

ลับมาที่บลอกบ้านเรา ที่ฮิตก็มีกันแต่ 2-3 แห่ง (รวมที่นี่) เองมั้ง
และคาดว่าเร็วๆ นี้ทางสินค้าต่างๆ ก็คงเริ่มที่จะเจียดงบโฆษณามาให้กับเหล่าบลอกเกอร์

ได้ยินว่าสินค้าบางตัวได้เริ่มทำมาบ้างแล้วในการให้สินค้ากับเจ้าของบลอกได้ทดลองใช้ฟรีๆ
เท่านี้ก็จะได้การตลาดแบบ ปากต่อปาก buzz จากเจ้าของบลอกแนะนำต่อๆ กันไป
(แนะนำหนัง ก็ได้ดูหนังฟรี อะไรเงี้ย..)

 


5. รักษ์โลก

http://www.best-trade-car.com/blogpics/toyota-prius1.jpg
(http://www.best-trade-car.com/blogpics/toyota-prius1.jpg)

แฮ่ม..อันนี้แหละ ที่ตอนนี้กำลังฮิตกันอยู่เลย
สินค้าส่วนใหญ่อยากจะช่วยโลกลดความร้อนกันทั้งนั้น มันเป็นสิ่งที่ดี และมันก็ยังจะเป็นแรงเหวี่ยงต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้าแน่นอน

รถหลายๆ ยี่ห้อเริ่มพัฒนารถที่สามารถใช้ได้กับแหล่งพลังงานใหม่ๆ (การลดการใช้น้ำมัน นอกจากจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าแล้ว มันยังช่วยโลกได้อีกด้วยนะ
ลืมกันหรือยังว่าน้ำมันก็มีวันหมดไปจากโลก แต่น้ำใจอ่ะไม่มีวันหมด กริ๊ววว)

พูดถึงน้ำมัน ถ้าเราเลิกใช้กันได้ก็คงดีเนอะ ทุกวันนี้หมั่นไส้พวกกลุ่มโอเปคกันมากเลย ไมเราต้องไปอยู่ในอุ้งมือมันด้วยเนี่ย

นอกเรื่องไปแล้ว.. กลับมาที่บ้านเรา คาดว่าในปีหน้ากระทรวงพลังงานอาจจะมีน้ำมันที่คล้ายๆ โซฮอลล์ออกมาให้ใช้ ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้ถึงลิตรละ 5 บาท



6. ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น

จะมามัวทุ่มงบ ทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเปะปะ เรื่อยเจื้อยให้กับผู้บริโภคที่มองไม่เห็น นึกภาพไม่ออกอยู่ทำไม มันเปลือง ในเมื่อเดี๋ยวนี้ผู้บริโภคต่างมองหาอะไรต่อมิอะไรแตกต่างกันไปแบบเฉพาะบุคคล แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาต้องการแน่ๆ คือ ความสะดวกสบาย ประหยัดเวลา

ทางหนึ่งที่ทำได้คือออกเป็นแคมเปญออกมา?
คิดว่าวิธีนี้ดีแล้วหรือยัง
มันจะมีวิธีที่ฉลาดมากกว่านี้มั้ย ที่จะแสดงจุดยืนในแบรนด์ของตน

นึกภาพว่าถ้ามีผ้าอ้อมสำหรับเด็กยี่ห้อหนึ่งไปจัดงาน อีเว้นท์เล็กๆ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อแสดงประสิทธิภาพของผ้าอ้อมของตน

สิ่งที่ได้ตามมาคือ จุดยืนที่ว่า ผ้าอ้อมยี่ห้อนี้มีภาพพจน์ที่แตกต่าง แน่นอน
เพราะไม่ใช่คนทั่วไปที่จะไปเดินเล่นที่สนามบิน
มันบ่งบอกถึงฐานะ

ผ้าอ้อมที่จะช่วยให้คุณแม่เบาใจได้ว่าไม่ต้องยุ่งยากกับการเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกอีกเลยในตลอดเวลาระหว่างการเดินทาง
นี่คือจุดยืน..

และอื่นๆ.. ที่เราว่าคุณที่อ่านอยู่ก็คงจะคิดออกแล้วล่ะ ว่าผลที่ออกมา มันดีกว่าทุ่มเงินทำแคมเปญเป็นไหนๆ เริ่มจากความคิดที่ตลกๆ ผ้าอ้อมกับสนามบินนี่แหละ 55

7. หล่อเลือกได้

ล้อเล่นนะ การตลาดนี้ไม่ได้เกี่ยวกับคนหล่อเลยแม้แต่น้อย มันเกี่ยวกับอะไรก็ตามที่ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ หากคิดว่าเหมาะสมกับตัวมากกว่า

ว่ากันว่าเมื่อนานมาแล้วกระทั่งถึงตอนนี้เราอยู่ในยุคของ generation c
C ที่มาจาก content
ในอีกความหมายหนึ่ง หมายถึง ข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นในโลกไซเบอร์ ทั้งภาพ เสียง ภาพยนตร์ บลอก เพลง

ข้อมูลเหล่ามีนี้มีคนอัพโหลดขึ้นอย่างทะลักทะล้นในทุกเสี้ยววินาที
ตัวผู้บริโภคจะเป็นคนเลือกเองว่าจะรับ content อันไหน

ขอบคุณมั่กๆ ที่เลือกที่อ่านอยู่นี้
บอกได้เลยว่า คุณเป็นคนฉลาด มีรสนิยม ฮ่าาาา..

เอากันให้เห็นชัดๆ ในเรื่องของสินค้า คงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วนะว่า เราสามารถสั่งทำรองเท้าไนกี้ได้ผ่านทางเว็บไซต์ของไนกี้

วิธีการเดิมๆ กับการใช้เครื่องมือใหม่ๆ ใช่แล้วเราหมายถึงใช้ระบบ internet ให้เป็นประโยชน์นั่นเอง

8. มหาชนเป็นตัวกำหนด

http://ebook.truelife.com/news_file/Image/af4_cover.jpg
(http://ebook.truelife.com/news_file/Image/af4_cover.jpg)

กลุ่มนักร้อง AF เป็นตัวอย่างได้ดีมากๆ ในหัวข้อนี้

แม้ในความเห็นของเราอยากจะบอกว่าความสามารถในการร้องเพลงของ AF บางคนมันห่วยบรม ไม่น่าจะได้ออกเทปเลยก็เหอะ

แต่นี่คือตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า อะไรที่ผู้บริโภคพอใจ มันก็ออกมาเป็นสินค้าได้ทั้งนั้น
ถามว่าถ้าเป็นสมัยก่อน คนเหล่านี้ (หมายถึงตัว AF บางคน) จะมีโอกาสได้ออกเทป หรือ มาทำหน้าแป้นแล้นอยู่หน้าสื่อที่เราเห็นอย่างทุกวันนี้มั้ย
ไม่แคล้วโดนค่ายดองเอาไว้ คุณว่ามั้ยล่ะ

แต่วันนี้ พวกเขาทำได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความสามารถ และส่วนใหญ่เป็นเพราะพลังมหาชนเป็นตัวกำหนด

ถ้าเทียบว่า AF เป็นสินค้าอย่างหนึ่ง นั่นก็หมายถึงว่า มันจะเป็นอะไรก็ได้ ไม้จิ้มฟัน ยัน เรือรบ




นอกเหนือจาก 8 trends นี้ มันยังมี sub trends ที่ยิบย่อยลงไปในแต่ละ trend เอาไว้จะมาเล่าให้ฟัง


อยากให้คอมเมนท์กันด้วยว่า เนื้อหาสาระ และวิธีการเขียนที่ใช้นำเสนอเป็นอย่างไรบ้าง เพราะในที่นี้ทำให้มันอ่านได้ง่ายขึ้นกว่าที่เขียนลงในนิตยสาร Thai Commerce ที่มองว่าคนอ่านเป็นผู้ใหญ่ จำต้องเขียนให้จริงจังกว่า

แต่ในอีกมุมหนึ่งก็คิดว่า ภาษา มันสร้างความรำคาญในการรับสารหรือเปล่า เอาแต่เนื้อมาเลยไม่ต้องมามุข อะไรอย่างเนี้ย..


Category:Books
Genre: Business & Investing
Author:stonezoup@gmail.com
ในระหว่างที่เตร่อยู่แถวมาเลเซีย
ก็ได้ยินเรื่องการรวมกลุ่มกันเพื่อซื้อสินค้าราคาถูกจากเว็บไซต์

จะเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ ในบ้านเรา
ก็คงจะเป็นการรวมกลุ่มกันเรียกร้องเพื่ออะไรสักอย่าง
เช่น รวมกลุ่มเพื่อขับไล่ เอ่อ... ก็ว่าไป

แต่ชาวมาเล เขารวมกันเพื่อซื้อสินค้าราคาพิเศษครับ
ไม่ต้องไปเรียกร้องที่ไหน ก็เข้าไปที่เว็บไซต์แห่งหนึ่ง
ที่มีชื่อว่า Tumpang (http://www.tumpang.com/)

ที่นี่มีความเหมือนกันกับ eBay ในระบบการซื้อขายทั่วไป
เปิดให้ใครก็ได้เข้าไปซื้อสินค้าที่ต้องการ หรือ ประกาศขาย
แต่ที่ต่างก็คือ แทนที่ผู้ซื้อจะแย่งกันประมูลเพื่อซื้อของถูก
ก็เปลี่ยนเป็นรวมกลุ่มกันเสียเลยเพื่อให้ได้ราคาตามที่พวกตนต้องการ

ยิ่งคนเยอะก็ลดได้เยอะ ประมาณนี้
ได้สินค้าราคาถูก แถมยังไม่ต้องเดือนร้อนให้คนมาขับไล่อีกต่างหาก

แหล่ม..มั้ยครับ

Category:Books
Genre: Business & Investing
Author:stonezoup@gmail.com
ตอนที่ห่มผ้าเหลือง (ก็บอกไปเลยว่าบวช จะมาทำโชว์สำนวนทำไมเล่า ว้อย!)
-_-" เอ่อครับ... ตอนที่ผมบวชนั่นแหละครับ
จะมีเด็กอยู่คนหนึ่งที่คอยรับใช้ คอยเดินตาม
ฟังดูเท่ห์ใช่ป่ะครับ
ป่าวหรอกครับ ไม่ได้มีบารมีอะไรหรอก
พระทุกองค์มักจะมีเด็กวัดคอยเดินตามอยู่เสมอๆ
อย่างน้อยพระ 1 รูปก็ต้องมีเด็กคอยตาม 1 คน

โดยเฉพาะยามเช้า ไอ้เด็กพวกนี้จะมาคอยเดินตาม
ถือถังเหลืองๆ 1 ใบ หรือ ถ้าพระองค์ไหน ป็อบปูล่า หน่อย
ก็จะเปลี่ยนจากถังเป็นรถเข็นแทนตามตูดพระต้อยๆ
ตอนที่พระบิณฑบาตร คอยถ่ายของจากบาตรพระมาลงถัง ลงรถ
ขอเล่าต่ออีกหน่อยนะครับ เดี๋ยวค่อยเข้าเรื่องการตลาด

ถ้าพระใหม่อาจเจอเด็กมันลองของจนเหวอได้ครับ
คือแทนที่มันจะถือถัง เข็นรถ กลับเข้าวัด
มันจะเอากลับบ้านไปเลยครับ หรือไม่ก็เอาไปขายเปลี่ยนเป็นเงินทันที
ส่วนใหญ่พระก็ไม่ถือสาหรอกครับ เพราะทานเท่าที่มีอยู่ในบาตรก็พอแล้ว
ถือว่าทำบุญไป
จะไปโกรธมันก็ไม่ได้ เสียความเป็นพระ
และพระเองถ้าไม่มีคนคอยช่วยถ่ายของก็คงจะลำบาก
อุ้มทั้งบาตร หนักก็หนัก แถมยังมีดอกไม้และอื่นๆ
ที่ญาติโยมมาถวายอีก

ส่วนในเวลาอื่นๆ พระก็สามารถเรียกใช้เด็ก(วัด)เหล่านี้ได้
ถ้าเรียกแล้วมันมานะครับ
แต่ส่วนใหญ่แล้ว มันก็จะวนเวียนอยู่แถวนั้นแหละครับ
เพราะยังไง ตอนเช้าๆ ก็ยังต้องมาเอาของอยู่ดี

ลักษณะการพึ่งพากันแบบนี้มีให้เห็นอยู่ทั่วไปในสังคมไทย
ในออฟฟิศก็ดูเจ้านายระดับผู้บริหารกับแม่บ้านนั่นปะไร
เที่ยงทีไร แม่บ้านก็ต้องวิ่งหาซื้อข้าวให้ผู้บริหารกันเป็นประจำ

แล้วการบริการแบบนี้ก็กลายมาเป็นธุรกิจขึ้นมาได้ครับ
ยกตัวอย่างผู้บริหาร
ที่เขาไม่ไปทานข้าวข้างนอก
นอกจากเหตุผลขี้เกียจ ก็เป็นเพราะเรื่องเวลาและงานที่รัดตัว
จนไม่มีเวลาปลีกตัวไปแม้แต่จะทำธุระอื่น
นอกจากทานข้าว อาจรวมไปถึงธุระอื่นๆ
ถ้ามีบริษัทจัดการในลักษณะเดียวกับแม่บ้าน
รับเหมาวิ่งรับบริการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ
อย่าว่าแต่ผู้บริหารเลยครับ
ผมเองบางครั้งก็ใช้บริการพนักงานรับส่งเอกสารเหมือนกัน

ถ้าลองบริหารจัดการดีๆ
พัฒนาขึ้นมาเป็นบริษัทรับบริการสิ่งเหล่านี้
มีบริการทางเว็บไซต์ด้วยก็ยิ่งดี
ลูกค้าก็มีมากมายครับ
เช่นพี่สาวผมที่เป็นแอร์ฯ
มีเวลาพักอยู่บ้าน 2 วัน
ไม่เป็นอันต้องทำอะไรหรอกครับ
วิ่งจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ
ไปธนาคาร จ่ายภาษี
โอ้ย..จิปาถะ

ลองมองดูให้รอบตัวสิครับ
ลูกค้าทั้งนั้นแหละ

Category:Books
Genre: Business & Investing
Author:stonezoup@gmail.com
รักร่วมเพศ
ปัจจุบันนี้ในหลายๆ แบรนด์หันมาให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มนี้กันมากขึ้นครับ แม้กระทั่งในแบรนด์ที่มีความเป็นอนุรักษ์นิยมสูง
พูดง่ายๆ คือแม้จะเคยต่อต้าน แต่ก็ยังหันควับกลับมามองว่าตูได้พลาดเม็ดเงินจำนวนมหาศาลจากลูกค้ากลุ่มนี้ไปเท่าไรแล้วเนี่ย
ก็ตีอก-ชกหัวกันไปตามเรื่อง
ถึงตอนนี้ก็คงปฎิเสธไม่ได้ว่าจำนวนประชากรเกย์ทั่วโลกกำลังเพิ่มมากขึ้นทุกๆ วัน
ทั้งผมและคุณก็คงจะมีเพื่อนเป็นเกย์เพิ่มมากขึ้นทุกวันกันล่ะครับ
ประเมินกันว่าในปี 2011 เฉพาะแค่ในอเมริกาก็เกือบๆ 16.3 ล้านคน กำลังซื้อกว่า 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ (รายงานจาก Witeck-Combs http://www.witeckcombs.com/)
ลองไปแถวอังกฤษกันดูบ้าง
เกย์อังกฤษมีประมาณ 6% ของจำนวนประชากรทั้งหมด
ก็ราวๆ 3.6 ล้านคน ใช้จ่ายประมาณกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
รายได้ของเกย์ที่ทำงานเต็มเวลาประมาณ 18,000 เหรียญสหรัฐต่อปี ซึ่งมากกว่าชายแท้ๆ เสียอีก
(รายงานจาก Out Now Consulting ปี 2006 http://www.outnowconsulting.com/)
รายได้ของชาวเกย์บ้านเราก็สูงไม่ต่างจากเมืองนอกหรอกครับ
เพราะคนเหล่านี้เขามีดีอยู่ในตัว บางสิ่งที่ชาย-หญิงแท้ๆ เขาไม่มีกัน
ประมาณว่าต้องขึ้นตัวหนังสือที่ด้านล่างของจอทีวีว่า ความสามารถส่วนบุคคลห้ามลอกเลียนแบบ
ด้วยความที่มีลักษณะเฉพาะเป็นเอกลักษณ์ จึงไม่ต้องงงหรือสงสัยว่าทำไมถึงได้มีบริษัทนำเที่ยวสำหรับชาวเกย์โดยเฉพาะ
Olivia (http://www.olivia.com/) บริษัทนำเที่ยวที่เป็นผู้นำในตลาดล่องเรือสำราญ แพคเกจที่พักสำหรับชาวเลสเบี้ยน
Atlantis Events (http://www.atlantisevents.com/) ตัวแทนท่องเที่ยวสำหรับชาวเกย์และเลสเบี้ยนที่ใหญ่ที่สุดในโลก
RSVP Vacations (http://rsvpvacations.com/) นำเสนอแพคเกจท่องเที่ยววันหยุดสำหรับชาวเกย์พาชมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ทั่วโลก
Orbitz (http://www.orbitz.com/gaytravel) แม้จะไม่ใช่บริษัทท่องเที่ยวออนไลน์สำหรับลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ แต่เขาก็ยังเปิดเซคชั่นสำหรับชาวเกย์ ให้ราคาพิเศษสำหรับการจองตั๋ว ที่พัก และบริการในกลุ่มท่องเที่ยว
รายได้ส่วนหนึ่งก็ยังมอบให้องค์กรการกุศลสำหรับชาวรักร่วมเพศอีกด้วย
American Airlines Rainbow (http://www.aa.com/rainbow) รายนี้นี่ตั้งทีมเซลล์ชาวเกย์ขึ้นมาเพื่อออกจำหน่ายบัตรโดยสารราคาพิเศษไปยังเทศกาลของชาวรักร่วมเพศกันโดยเฉพาะเลยครับ


คนสูงอายุ
ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ทำให้ประชากรมีอายุยืนยาวมากขึ้น
มีสุขภาพที่แข็งแรงฟิตปั๋ง บวกกับรายได้ที่เก็บสะสมมาตลอดชีวิตก็ถึงคราวจะนำเงินออกไปใช้จ่ายกันบ้าง
จะมามัวนั่งเล็มกิ่งโป้ยเซียนเลี้ยงหลานอยู่แต่ในบ้านอย่างเดียวก็เหี่ยวเฉา คนแก่เซ็งกันพอดี
ใน 100 อันดับมหาเศรษฐีระดับโลก ส่วนใหญ่ก็มีแต่คนอายุเกิน 50 ปีทั้งนั้น
เอาแบบไม่ต้องติดอันดับความร่ำรวยก็ได้ครับ
คนสูงอายุแบบบ้านๆ ระดับกลางแบบแม่คุณ แม่ผม
ก็ยังมีเงินกองทุน เงินบำเน็จ บำนาญ แถมยังมีเงินที่ลูกหลานให้ไว้ใช้ในแต่และเดือนอีก
กำลังซื้อไม่น้อยไปกว่าตัวเลขบอกอายุเลย...ฮา
MetLife สำรวจเมื่อปี 2005 พบว่ากลุ่มนี้ใช้จ่าย 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
ทั้งเลี้ยงดูบุตรหลาน ซื้ออสังหาริมทรัพย์ เสื้อผ้า รวมถึงท่องเที่ยว
ตัวเลขนี้คงเข้าตา Rosa Bussarna (http://www.rosabussarna.com/) บริษัทท่องเที่ยวเชี้อสายสวีดิชซึ่งจัดคาราวานทัวร์สำหรับคนสูงอายุ ท่องเที่ยวไปรอบโลก แต่ละทริปจะใช้เวลาประมาณ 3-8 สัปดาห์
บรรดาผู้เฒ่าได้เฮฮากับหมู่เพื่อนวัยเดียวกัน สดชื่นกว่าอยู่บ้านบางแคเยอะ
จะด้วยความบังเอิญหรือก็คงจะไม่ใช่
เพราะ 2 ปีก่อน ที่บริษัทนี้เขาจัดทัวร์สำหรับคนอายุ 50 ขึ้นไปเป็นทัวร์พิเศษเฉพาะกิจ
กะว่าจัดกันเล่นๆ ลองดูเผื่อฟลุ๊ค
แล้วมันก็ประสบความสำเร็จริงๆ ครับ
กระทั่งทุกวันนี้ Rosa Bussarna มีคาราวานทัวร์ให้บริการคนแก่ๆๆๆ หลากรูปแบบให้ได้กระชุ่มกระชวยกับการหนีลูกหลานไปเที่ยวถึง 14 ทริปด้วยกัน
เหล่านี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างบางส่วนที่ยกมาเล่าให้ฟัง
ที่เหลือ ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าจะนำไปปรับใช้อย่างไร หัวใจสำคัญข้อหนึ่งก็คงจะไม่พ้นเรื่องการทำความเข้าใจของกลุ่มลูกค้าเหล่านี้อย่างแท้จริง
ก็อย่างที่เรียนไว้ข้างต้นแหละครับ ลองหาโอกาสพูดคุยกับพวกเขา
ผมเชื่อว่าคนใกล้ตัวของคุณคงพอจะมี สตรี เกย์ หรือ คนชรา อยู่บ้างแหละน่า
นั่งคุยและทำความเข้าใจกับพวกเขา การตลาดก็ยังมีพื้นที่ว่างสำหรับไอเดียสดใหม่อยู่เสมอครับ

เขียน - ชัยฤทธิ์ อิ่มเจริญ

Category:Books
Genre: Business & Investing
Author:stonezoup@gmail.com
ผมเดินเข้าห้องน้ำ ขณะที่เอื้อมมือจะไปเปิดก๊อกฝักบัว ตาก็เหลือบไปเห็นขวดแชมพูยี่ห้อหนึ่งสำหรับสาวอายุ 30
การดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในธุรกิจ คือประสบการณ์ที่ทำให้แบรนด์ต่างมองหากลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่อาจจะไม่ใหญ่โต แต่ก็มีกำลังซื้อมหาศาล
แล้วอุตสาหกรรมท่องเที่ยวล่ะ จะมีการทำการตลาดแบบ นิช มาร์เกต บ้างได้หรือเปล่า


Lady First
กลุ่มสุภาพสตรีเป็นกลุ่มนิช มาร์เกตที่ถ้านับเป็นจำนวนก็มีมากถึง 50%
ในขณะที่ถ้านับในด้านจิตวิทยาอำนาจการซื้อก็มีมากถึง 80% ในการตัดสินใจซื้อ

อ้าว.. อย่าเถียงหรืองงครับ ก็ลองมองดูที่ใกล้ๆตัวสิครับ
ถ้าคุณ หรือ เพื่อนคุณ จะซื้อรถ หรือ บ้านสักคัน หนุ่มๆ จะถามหรือปรึกษาใคร
ถ้าไม่ใช่หวานใจคนใกล้ตัว

“ซื้อแบบนี้ดีไหมคุณ”
สุดท้ายก็จะจบลงที่ว่า
“ตกลงคุณชอบแบบนี้ใช่มั้ยจ้ะ งั้นก็ตามใจคุณแล้วกัน”

ถ้าลองไม่ตามใจสิ ไม่บ้านแตก ก็หัวแตกกันล่ะครับ
ดีไม่ดีอาจต้องมีการนอนมองแผ่นหลังของเธอนานนับเดือน

ฮือๆๆๆ มันเศร้า เจอมุขนี้เข้าเป็นใครก็ยอม
(อันนี้ ไม่ได้เอาประสบการณ์ส่วนตัวมาเล่านะ สาบานเอ้า!)

ในสหรัฐมีตัวเลขยืนยันเลยว่า 60% ของลูกค้าที่เป็นคนตัดสินใจซื้อรถคือสุภาพสตรี
ในสหรัฐมีตัวเลขยืนยันเลยว่า 40% ของลูกค้าที่เป็นคนตัดสินใจซื้อหุ้นคือสุภาพสตรี

เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมถึงได้มีสินค้าและบริการสำหรับสุภาพสตรีออกมาให้เห็นมากมายขนาดนี้

ผมจะลองสมมุติตัวเองเป็นเจ้าของรีสอร์ทเล็กๆ สักแห่งนะครับ
ผมจะเริ่มจากการเปิดเว็บไซต์ให้เหล่าคุณสุภาพสตรีมาลงทะเบียน
แจ้งความจำนงในการเข้าพักในโรงแรม รีสอร์ท หรือแม้กระทั่งบริการสปาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
โดยแลกกับการให้ข้อมูลความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาผ่านทางเว็บไซต์ที่ผมจัดตั้งขึ้น
อาจจะสร้างเงื่อนไขให้เธอไปลงเป็น รีวิว ผ่านทางเว็บบอร์ดต่างๆ เป็นอีกช่องทางนอกเหนือจากเว็บไซต์ที่ผมได้เปิดไว้
ในขั้นตอนการลงทะเบียนก็ให้กรอกข้อมูลที่ผมต้องการ อาทิ
ชอบผู้ชายแบบไหน มีแฟนหรือยัง (เอ้ย.. ไม่ช่ายยยย)
ชอบเที่ยวแบบไหน การตัดสินใจในการเลือกโรงแรมที่พัก สถานที่เที่ยวโดยเลือกจากอะไร
ราคา หรือ คุณภาพ
ชอบ-ไม่ชอบอะไร ฯลฯ

จากนั้นก็เป็นการจับคู่ หรือ คัดเลือกผู้โชคดีเข้าใช้บริการ
เพียงเท่านี้สิ่งที่ผมจะได้ฐานข้อมูลที่ผมไม่ต้องไปซื้อ
คำแนะนำอย่างตรงไป-ตรงมาเพื่อที่ผมจะนำไปปรับปรุงมาตรฐานการบริการ
และพลังในการบอกต่อของคุณผู้หญิงที่ได้ทดลองใช้บริการทั้งหลาย
ทั้งหมดผมไม่ต้องเสียค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์เลยแม้แต่บาทเดียว
อ้อ.. จ่ายค่าทำเว็บไซต์เพียงไม่กี่พันบาท

80% ของผู้บริโภคมักเชื่อมั่นในแบรนด์ที่ตนรัก – ถ้าคุณทำให้เธอประทับใจได้ เธอจะรักและเชียร์คุณหมดหัวใจ
75% ของผู้บริโภคมักอ่านและเชื่อในความคิดเห็นของลูกค้าก่อนตัดสินใจซื้อ – ถ้าเธอเข้าข้างคุณ เธอก็จะช่วยคุณเพิ่มจำนวนลูกค้า

มีตัวอย่างจาก Wyndham Hotels (http://www.wyndham.com) ซึ่งเป็นโรงแรมแรกที่เริ่มทำการตลาดกับลูกค้ากลุ่มผู้หญิงอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 1995 นู่น
ถึงปัจจุบันลูกค้ากว่า 50% ของโรงแรมเป็นนักธุรกิจหญิง
ทางโรงแรมจัดรายละเอียดให้เหมาะกับลูกค้ากลุ่มนี้มากครับ
อาทิ มีพื้นที่เฉพาะผู้หญิง จัดให้เลย 1 ชั้นพร้อมการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด
ในชั้นนั้นก็มีทั้งรายการอาหาร เสื้อผ้า เรื่องเกี่ยวกับความสวยความงาม จัดเตรียมไว้ให้
กระทั่งการเช็คอินเข้าโรงแรมที่เพิ่มความละเอียดลออเข้าไปด้วย
(ท่าทางเจ้าของโรงแรมจะรักเมียนะครับ ถึงได้เข้าใจผู้หญิงมากขนาดนี้)

สายการบิน Lufthansa ก็มีนิตยสารสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะเหมือนกันชื่อว่า Lufthansa’s Woman’s World (http://www.husonusa.com/lufthansa%20womans%20world.html) เป็นนิตยสารสำหรับลูกค้าผู้หญิงที่ใช้บริการสายการบินเป็นประจำ (ลูกค้าแบบสะสมไมล์)

ต่่อตอนหน้าครับ

เขียน - ชัยฤทธิ์ อิ่มเจริญ

© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help