เรารักในหลวง

dfly's posts with tag: economic

What are tags? You can give your posts a "tag", which is like a keyword. Tags help you find content which has something in common. You can assign as many tags as you wish to each post.
View posts by people in your network with tag economic
Video7.wmvDec 19, '07 4:21 AM
for everyone
คิดลึกกับหอการค้าไทย (งานใหม่ของบริษัทเรา ทำทีวีด้วย)


7.wmv (55.8 MB)

ไม่เจอะกันนาน คิดถึงจังเลย...
มาเป็นเพลงลูกท่งเชียว ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ กับการที่ไม่ได้เข้ามาอัพบลอกเลยเป็นเวลาหลายวัน แต่ก็คิดถึงทุกโคนนนนนะ

ในกรุงเทพอากาศหนาวมั่งไม่หนาวมั่ง ต่างจังหวัดอ่ะ หนาวขี้มูกย้อย ต้องรักษาสุขภาพกันเยอะๆนะ เราเป็นห่วง

พอพูดถึงอากาศก็นึกถึงภาวะโลกร้อน ปรากฎการณ์ที่โลกไม่สามารถระบายความร้อนออกไปได้ ทำให้อุณหภูมิบนพื้นผิวโลกที่เราอาศัยอยู่มันสูงขึ้น

สาเหตุก็เกิดจากก๊าซเรือนกระจกที่คล้ายฟิลม์บางๆ และมีจำนวนมากเกินไปมาปกคลุมผิวโลก

ก๊าซนี้มันเกิดจาก คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน ไนตรัส-ออกไซด์ และ คลอโรฟลูโอโรคาร์บอน เหล่านี้ล้วนมาจากการใช้ชีวิตประจำวันของเรา เช่น การใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และกระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรม

เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะนิ่งนอนใจไม่ได้ ต้องช่วยกันลดก๊าซเหล่านี้ นานาชาติจึงร่วมกันจัดตั้ง พิธีสารเกียวโต ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก มาตั้งแต่ 16 ก.พ. 2548

มีเงื่อนไขว่าในช่วงพ.ศ. 2551-2555 ให้ประเทศที่พัฒนาแล้วที่เป็นสมาชิกของพิธีสารเกียวโต ในกลุ่มบัญชีที่ 1 ที่ส่วนใหญ่เป็นประเทศอุตสาหกรรม เช่น สหรัฐ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย มีพันธต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ร้อยละ 5.2

ก็คือลดก๊าซต่างๆ ที่เราเล่าไว้เบื้องต้นนั่นแหละ

ส่วนไทยเองอยู่ในกลุ่มบัญชีที่ 2 คือกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ยังไม่มีพันธต้องลดการปล่อยก๊าซ

แต่ในพิธีสารฯ ได้เปิดโอกาสให้กลุ่ม 1 เข้ามาดำเนินกิจกรรมบางอย่างในประเทศกลุ่ม 2 เพื่อลดการปล่อยก๊าซ

จำนวนก๊าซที่สามารถลดลงได้เรียกว่า คาร์บอนเครดิต

กิจกรรมบางอย่างที่กลุ่ม 1 เข้ามาดำเนินในกลุ่ม 2 ก็คือการเข้ามาซื้อคาร์บอนเครดิตนั่นแหละ เพราะในพิธีสารฯ อนุโลมให้ประเทศในกลุ่ม 2 ขายคาร์บอนเครดิตให้กับประเทศในกลุ่ม 1 ได้

อ่ะ... งง ดิ งง

การลดคาร์บอนน่ะ ทำได้หลายวิธีตั้งแต่บริหารจัดการโรงงานให้สามารถลดก๊าซมลภาวะอย่างที่เราบอกไปให้ได้มากที่สุด หรือ ปลูกต้นไม้เพื่อดูดซับก๊าซเหล่านั้น หรือ การใช้พลังงานทดแทน

คราวนี้ถ้าเราทำโรงงาน แล้วโรงงานของเราสามารถลดจำนวนก๊าซได้ เราก็เอาจำนวนก๊าซที่เราลดได้นั้น ขายเป็นคาร์บอนเครดิตให้กับประเทศในกลุ่ม 1 เข้าใจยัง

หรือเราจะปลูกต้นไม้จำนวนมากๆๆๆๆๆ เพื่อเป็นการดูดก๊าซแล้วขายเครดิตแบบนี้ก็ได้นะ ถ้าเรามีที่มากพอ

ราคาที่เขาซื้อขายกันก็ตันละ USD 15

ปลูกต้นไม้สัก 150,000 ไร่ ไร่หนึ่งสัก 100 ต้น รวมแล้วก็น่าจะได้เงินสัก 45,000 ล้านบาท ไม่ต้องทำมาหากินกันเลย ปลูกต้นไม้ดีกว่า

อีกไม่กี่วันก็จะเป็นเดือนสุดท้ายของปีนี้แล้ว ก็หมายความว่าวันเวลากำลังจะเขี่ยปีพ.ศ. 2550 ทิ้งไปเพื่อที่จะต้อนรับปีพ.ศ.ใหม่ 2551 ในอีกไม่กี่วัน

ปีนี้มีรูปแบบ วิธีทำการตลาด หรือ trends ของการตลาดที่หลากหลาย และก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าปีหน้ามันหลากหลายและดุเดือดยิ่งกว่า เรามี 8 trends การตลาดของโลกที่คิดว่าปีหน้ามันมาหลอกเงินเอาเงินในกระเป๋าผู้บริโภคอย่างเราๆ แน่ๆ

1. บ่งบอกความเป็นคุณ :

http://www.carvariety.com/Web_2006/news/audinews001/002.jpg
(http://www.carvariety.com/Web_2006/news/audinews001/002.jpg)

ฟังดูเชยๆ แต่แบรนด์ทุกวันนี้มักจะมีภาพพจน์ที่บ่งบอกว่าผู้บริโภคแบรนด์นั้นๆ เป็นคนอย่างไร เจ๋ง หรูหรา ทันสมัย อนุรักษ์นิยม ช่างคิด สร้างสรรค์ อันที่จริงมันก็เป็นวิธีการตลาดเดิมๆ ที่เราเคยเห็นกันมาแล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่เชื่อเหอะว่ามันก็เหมือนแฟชั่นนั่นแหละ ที่ปีหน้าก็คงจะได้เห็นกันอีกแน่นอน เพราะอะไร ก็เพราะมันได้ผลอ่ะดิ โด่ว..ถามได้

 



2. PREMIUM :

http://www.evian.com/us/wallpaper/wallpaper8_1024.jpg
(http://www.evian.com/us/wallpaper/wallpaper8_1024.jpg)

หวังว่าความหมายของคำๆ นี้คงจะพอให้คุณให้ภาพได้บ้างนะ

อะไรนะ..ไม่เลยเหรอ

อืมม์.. เอางี้ premium เป็นอะไรที่พิเศษ พิเศษจริงๆ พิเศษมากๆ ไม่โหล ไม่บ้าน ไม่เบ ไม่ mass เป็นอะไรที่ limited edition

ความจริง premium trend มันก็ออกหน่อแตกกอมาจาก การทำตลาดที่พยายามจะให้ภาพลักษณ์สินค้าบ่งบอกความเป็นตัวของผู้ใช้นั่นแหละ แต่มันทำให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นไปอีก เราจะยกตัวอย่าง

ถ้าคุณเป็นคนดื่มน้ำแร่ eviant ด้วยภาพของสินค้า ขณะที่คุณถือน้ำยี่ห้อนี้ มันจะบอกกับคนอื่นๆ ว่าคุณเป็นคนใส่ใจในสุขภาพ มีดีไซน์ หรูหรา ไม่โหล ฯลฯ แต่นั่นคือ eviant ธรรมดา

ทีนี้ถ้าคุณถือขวด eviant แบบ limited edition ที่ผลิตออกมาเป็นจำนวนจำกัดล่ะ โหย..มันก็ยิ่งขับเน้นภาพลักษณ์ของคุณมากขึ้นไปอีก และแน่นอนว่าภาพลักษณ์นั้นมันมีราคาที่ต้องจ่ายมากขึ้น


3. SNACK CULTURE

http://www.dollsthailand.com/images/BK014.jpg
(http://www.dollsthailand.com/images/BK014.jpg)

มันจะเป็นแนวทางการทำการตลาดที่ไม่ยั่งยืน มาแล้วก็ไป

อืมม์..ก็จริงอยู่นะว่าอะไรๆ มันก็ไม่ยั่งยืน

แต่รูปแบบของ SNACK CULTURE มันจะเป็นอะไรที่เหมือนเป็นปรากฏการณ์ของแบรนด์นั้นๆ เป็นรูปแบบการบริการแบบเฉพาะกิจ

คงพอจะเห็นภาพแล้วนะว่ารูปแบบนี้จะใช้ช่วงเวลาสั้นๆ
แค่ระยะเวลาหนึ่งเป็นตัวกำหนด เป็นฤดูกาล

ใช่เลย! แบบช่วงปีใหม่ บริการจัดกระเช้าสินค้า หรือ สปอนเซอร์สักรายจัดกิจกรรมทางการตลาดเกี่ยวกับคอนเสิร์ตที่ตนสนับสนุน



4. online ทุกลมหายใจ

http://www.jennessa.net/img/jennessablog/jen.gif
(http://www.jennessa.net/img/jennessablog/jen.gif)

ทำไงได้ก็ในเมื่อชีวิตทุกวันนี้มันผูกติดกับความเป็นดิจิตอล ออนไลน์ อินเตอร์เนต วิธีทางการตลาดก็ต้องปรับตัวไปตามรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภค

ดูใกล้ตัว อย่างบลอกนี่ไง

ในเมืองนอกฮิตกันระเบิดระเบ้อไปแล้ว มีการนำไปใช้ในทางการตลาดอย่างเอิกเริก ทั้ง myspace facebook
รวมถึง youtube แม้จะไม่ใช่บลอกแต่มันกลายเป็นเครื่องมือทางการตลาดไปแล้ว

ลับมาที่บลอกบ้านเรา ที่ฮิตก็มีกันแต่ 2-3 แห่ง (รวมที่นี่) เองมั้ง
และคาดว่าเร็วๆ นี้ทางสินค้าต่างๆ ก็คงเริ่มที่จะเจียดงบโฆษณามาให้กับเหล่าบลอกเกอร์

ได้ยินว่าสินค้าบางตัวได้เริ่มทำมาบ้างแล้วในการให้สินค้ากับเจ้าของบลอกได้ทดลองใช้ฟรีๆ
เท่านี้ก็จะได้การตลาดแบบ ปากต่อปาก buzz จากเจ้าของบลอกแนะนำต่อๆ กันไป
(แนะนำหนัง ก็ได้ดูหนังฟรี อะไรเงี้ย..)

 


5. รักษ์โลก

http://www.best-trade-car.com/blogpics/toyota-prius1.jpg
(http://www.best-trade-car.com/blogpics/toyota-prius1.jpg)

แฮ่ม..อันนี้แหละ ที่ตอนนี้กำลังฮิตกันอยู่เลย
สินค้าส่วนใหญ่อยากจะช่วยโลกลดความร้อนกันทั้งนั้น มันเป็นสิ่งที่ดี และมันก็ยังจะเป็นแรงเหวี่ยงต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้าแน่นอน

รถหลายๆ ยี่ห้อเริ่มพัฒนารถที่สามารถใช้ได้กับแหล่งพลังงานใหม่ๆ (การลดการใช้น้ำมัน นอกจากจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าแล้ว มันยังช่วยโลกได้อีกด้วยนะ
ลืมกันหรือยังว่าน้ำมันก็มีวันหมดไปจากโลก แต่น้ำใจอ่ะไม่มีวันหมด กริ๊ววว)

พูดถึงน้ำมัน ถ้าเราเลิกใช้กันได้ก็คงดีเนอะ ทุกวันนี้หมั่นไส้พวกกลุ่มโอเปคกันมากเลย ไมเราต้องไปอยู่ในอุ้งมือมันด้วยเนี่ย

นอกเรื่องไปแล้ว.. กลับมาที่บ้านเรา คาดว่าในปีหน้ากระทรวงพลังงานอาจจะมีน้ำมันที่คล้ายๆ โซฮอลล์ออกมาให้ใช้ ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้ถึงลิตรละ 5 บาท



6. ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น

จะมามัวทุ่มงบ ทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเปะปะ เรื่อยเจื้อยให้กับผู้บริโภคที่มองไม่เห็น นึกภาพไม่ออกอยู่ทำไม มันเปลือง ในเมื่อเดี๋ยวนี้ผู้บริโภคต่างมองหาอะไรต่อมิอะไรแตกต่างกันไปแบบเฉพาะบุคคล แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาต้องการแน่ๆ คือ ความสะดวกสบาย ประหยัดเวลา

ทางหนึ่งที่ทำได้คือออกเป็นแคมเปญออกมา?
คิดว่าวิธีนี้ดีแล้วหรือยัง
มันจะมีวิธีที่ฉลาดมากกว่านี้มั้ย ที่จะแสดงจุดยืนในแบรนด์ของตน

นึกภาพว่าถ้ามีผ้าอ้อมสำหรับเด็กยี่ห้อหนึ่งไปจัดงาน อีเว้นท์เล็กๆ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อแสดงประสิทธิภาพของผ้าอ้อมของตน

สิ่งที่ได้ตามมาคือ จุดยืนที่ว่า ผ้าอ้อมยี่ห้อนี้มีภาพพจน์ที่แตกต่าง แน่นอน
เพราะไม่ใช่คนทั่วไปที่จะไปเดินเล่นที่สนามบิน
มันบ่งบอกถึงฐานะ

ผ้าอ้อมที่จะช่วยให้คุณแม่เบาใจได้ว่าไม่ต้องยุ่งยากกับการเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกอีกเลยในตลอดเวลาระหว่างการเดินทาง
นี่คือจุดยืน..

และอื่นๆ.. ที่เราว่าคุณที่อ่านอยู่ก็คงจะคิดออกแล้วล่ะ ว่าผลที่ออกมา มันดีกว่าทุ่มเงินทำแคมเปญเป็นไหนๆ เริ่มจากความคิดที่ตลกๆ ผ้าอ้อมกับสนามบินนี่แหละ 55

7. หล่อเลือกได้

ล้อเล่นนะ การตลาดนี้ไม่ได้เกี่ยวกับคนหล่อเลยแม้แต่น้อย มันเกี่ยวกับอะไรก็ตามที่ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ หากคิดว่าเหมาะสมกับตัวมากกว่า

ว่ากันว่าเมื่อนานมาแล้วกระทั่งถึงตอนนี้เราอยู่ในยุคของ generation c
C ที่มาจาก content
ในอีกความหมายหนึ่ง หมายถึง ข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นในโลกไซเบอร์ ทั้งภาพ เสียง ภาพยนตร์ บลอก เพลง

ข้อมูลเหล่ามีนี้มีคนอัพโหลดขึ้นอย่างทะลักทะล้นในทุกเสี้ยววินาที
ตัวผู้บริโภคจะเป็นคนเลือกเองว่าจะรับ content อันไหน

ขอบคุณมั่กๆ ที่เลือกที่อ่านอยู่นี้
บอกได้เลยว่า คุณเป็นคนฉลาด มีรสนิยม ฮ่าาาา..

เอากันให้เห็นชัดๆ ในเรื่องของสินค้า คงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วนะว่า เราสามารถสั่งทำรองเท้าไนกี้ได้ผ่านทางเว็บไซต์ของไนกี้

วิธีการเดิมๆ กับการใช้เครื่องมือใหม่ๆ ใช่แล้วเราหมายถึงใช้ระบบ internet ให้เป็นประโยชน์นั่นเอง

8. มหาชนเป็นตัวกำหนด

http://ebook.truelife.com/news_file/Image/af4_cover.jpg
(http://ebook.truelife.com/news_file/Image/af4_cover.jpg)

กลุ่มนักร้อง AF เป็นตัวอย่างได้ดีมากๆ ในหัวข้อนี้

แม้ในความเห็นของเราอยากจะบอกว่าความสามารถในการร้องเพลงของ AF บางคนมันห่วยบรม ไม่น่าจะได้ออกเทปเลยก็เหอะ

แต่นี่คือตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า อะไรที่ผู้บริโภคพอใจ มันก็ออกมาเป็นสินค้าได้ทั้งนั้น
ถามว่าถ้าเป็นสมัยก่อน คนเหล่านี้ (หมายถึงตัว AF บางคน) จะมีโอกาสได้ออกเทป หรือ มาทำหน้าแป้นแล้นอยู่หน้าสื่อที่เราเห็นอย่างทุกวันนี้มั้ย
ไม่แคล้วโดนค่ายดองเอาไว้ คุณว่ามั้ยล่ะ

แต่วันนี้ พวกเขาทำได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความสามารถ และส่วนใหญ่เป็นเพราะพลังมหาชนเป็นตัวกำหนด

ถ้าเทียบว่า AF เป็นสินค้าอย่างหนึ่ง นั่นก็หมายถึงว่า มันจะเป็นอะไรก็ได้ ไม้จิ้มฟัน ยัน เรือรบ




นอกเหนือจาก 8 trends นี้ มันยังมี sub trends ที่ยิบย่อยลงไปในแต่ละ trend เอาไว้จะมาเล่าให้ฟัง


อยากให้คอมเมนท์กันด้วยว่า เนื้อหาสาระ และวิธีการเขียนที่ใช้นำเสนอเป็นอย่างไรบ้าง เพราะในที่นี้ทำให้มันอ่านได้ง่ายขึ้นกว่าที่เขียนลงในนิตยสาร Thai Commerce ที่มองว่าคนอ่านเป็นผู้ใหญ่ จำต้องเขียนให้จริงจังกว่า

แต่ในอีกมุมหนึ่งก็คิดว่า ภาษา มันสร้างความรำคาญในการรับสารหรือเปล่า เอาแต่เนื้อมาเลยไม่ต้องมามุข อะไรอย่างเนี้ย..



© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help