แซว
อ๊ะ..จัดให้สักหนึ่ง เดี๋ยวจะหาว่าเจ้าบ้านไม่อันจ๊ะอันตรุย
ต้องขอโทษที่ต้องใช้ศัพท์ทางวิชาการ
ไม่ได้อยากอวดฉลาดแต่หาคำมาแทนไม่ได้จริงๆ
ไอ้กลวิธีการแซว มันคงมีมาตั้งแต่
ยุคก่อนเกิดเพลงอีแซวเล็กน้อย
แซวเพลินๆ เกินห้ามใจ จนกลายเป็นทำนอง
เชิ้บ เชิ้บ ก็ครึกครื้นกันไป
แหม..แค่จะหลีหญิงจะเอาวิชาการอะไรกันมากมาย
การแซวนับเป็นพื้นฐานของการหลี
จึงเป็นปรากฎการณ์ยอดฮิตในหมู่นักหลี
บางครั้งเมื่อมีการแซวอย่างเมามันปากเกิดขึ้น
จึงเรียกว่า (แซ่บ) อีหลี
แน่นอนว่าการแซวต้องใช้อวัยวะปากเป็นแกนนำ
และนิยมทำกันเป็นหมู่คณะ
ซึ่งน่าจะสืบสาเหตุมาจากการร้องเพลงอีแซวที่ต้องมีลูกคู่มันถึงจะออกรส
ก็แถหาเหตุผลกันเอาดื้อๆ แบบนี้แหละ แกจะทำไม
อะไรนะ..พ่อคู่ แม่คู่ได้หรือเปล่า
อย่า อย่า มางัดมุข ขอร้อง ได้โปรด พลีสๆๆๆ
งานเขียนกำลังลื่นไหล
สำหรับผู้ถูกแซวจะเกิดอาการหน้าแดง
หูแดง ปากแดง ตับแดง ม้ามแดง
แดงยันนิ่ว อันเกิดจากความเขินอาย
ก็มีบ้างบางกรณีที่ผู้ถูกแซวควบคุมตัวเองไม่ได้
จนถึงกับเอาหัวฟาดเสาไฟฟ้า
บางรายสูญเสียความมั่นใจ หูอื้อ ตาลาย วิงเวียน
เรียนไม่เก่ง ชอบกินไก่เป็นๆ อืมม์..ถ้ามีอาการหนักมากกว่านี้
ก็รีบไปหาหมอเถอะแก
สำหรับผู้แซว ทันตแพทย์ต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันแล้วว่า
วิธีนี้ไม่มีผลกับการแก้อาการปากเหม็นหรือรำมะนาดแต่อย่างใด
หากแต่ว่า โอ้โฮ..สำบัดสำนวนน่าดู ถ้าฝ่ายถูกแซวมีผัว หรือมีคู่แล้ว
และคู่อยู่ในรัศมีเพียงพอ ก็อาจจะโดนตื้บ หรือสวิงเข้าที่กรามซ้ายได้
ซึ่งอาจป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ ด้วยการใส่ฟันยางก่อนเริ่มแซว
และด้วยเหตุของการแซวเป็นหมู่คณะนี่เอง
กลับมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นท่ามกลางความสามัคคี
ไม่มีสัจจะในหมู่โจรฉันท์ใด ก็ย่อมมีไม้ป่าเดียวกันในหมู่นักหลีฉันท์นั้น
แหม..สำนวนอีกแล้ว แล้วมันเกี่ยวกันตรงไหน
แกอย่ายุ่ง อ่านๆ ไป ก็บอกแล้วว่าให้ช่วยกันเขียน
ยังมาทำหน้ามึน ไม่เขียน เอาแต่อ่านอย่าเดียว
บางที..การรวมกลุ่มกันแซวนานเกินไปโดยที่ไม่มีฝ่ายตรงข้ามเดินผ่านมา
มองตากันปริบๆ ไปมาในกลุ่ม เกิดปิ๊งกันเข้าอย่างเสียไม่ได้
เพื่อน..กูรักมึงว่ะ
น่าน..ออกแนวพจน์ อานนท์ เรือล่มในหนอง รักกันไปโดยปริยายซะงั้น
เอาล่ะ อย่ามัวเอาแต่ยิ้ม เอาแต่เพลิน
วอนผู้มีจิตศรัทธาช่วยๆ กันเม้นท์หน่อย
ชาวบ้านเขารออ่านกันอยู่