เรารักในหลวง

ประกาศผลการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการระดับโลกทีไร เด็กไทยชนะอย่างบ้าคลั่งทุกปี
ปีนี้ก็เช่นเคยชนะกันล้างผลาญถึง 5-6 คน
โอ้ย.. พวกคนแก่ในหน่วยงานต่างๆ ดีใจกันหน้าบาน
หยุดเลี้ยงหลาน มาจัดงานเลี้ยงฉลองกันเป็นที่เอิกเกริก
มันคงดีใจจนลืมคิดไปกันอ่ะ ว่าพอไอ้เด็กฉลาดๆ พวกนี้โตขึ้น มันหายหัวไปไหนหมด
จะว่าเด็กมันสมองฝ่อเพราะสภาพอากาศเมืองไทย ก็ไม่น่าจะใช่ 
ทำไมมันไม่ได้เข้ามาช่วยพัฒนาประเทศกันบ้างเลย
เวียดนามเขาไม่เคยชนะหรอกได้เหรียญทองอ่ะ
แต่เขากำลังจะแซงเราไปแล้ว

หรือตอนอีตาแก่กำลังฉลองแฮปปี้ดีใจกันอยู่
ฝรั่งมันก็กำลังกระหยิ่มอยู่ในใจ
เดี๋ยวกูจะต้องตัวไอ้พวกนี้มาทำงานอยู่ประเทศกูให้หมดเลย อิอิ

ไอ้แก่.. กะไอ้พวกหัวดำ กินข้าวสารอาหารเม็ด
ก็ฟูมฟัก เด็กรุ่นใหม่ไปเอาชนะโอลิมปิกปีต่อไป
เอ้า..มาภูมิใจกันหน่อยเร็ว บ้านเรามีแต่คนเก่งๆ


heathrow wrote on Jul 26, '07, edited on Jul 26, '07
บ้านเรา มีวัฒนธรรม "ฆ่า" ผู้เชี่ยวชาญน่ะครับ

สังเกตเห็นว่า งานในองค์กรส่วนมาก ทำงานไปเรื่อยๆ ตอนแรกก็ได้ทำงานเหมือนที่เรียนมาดีครับ (อย่างผมก็ทำด้านวิศวกรรม)

แต่เมื่อทำงานไปเรื่อยๆ พนักงานส่วนมากที่ถูกเลื่อนขั้นนะครับ ก็จะถูกเลื่อนเป็นผู้จัดการ หรืองานทางด้านบริหาร

เรา "ฆ่า" ผู้เชี่ยวชาญ เก่งๆคนหนึ่งไป และได้ผู้บริหาร แบเบาะมา 1 คน

และมันก็เป็นแบบนี้เรื่อยๆครับ แสดงว่า ไม่ว่าเราเรียนอะไรมากัน ถ้าจะ "ก้าวหน้า" ไปยังจุดสุดท้ายของอาชีพ ทุกๆคนก็จะเป็นนักบริหารกัน ซึ่งละทิ้งความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ไปมาก

อีกอย่าง ระบบปัจจุบัน เน้นให้คน ออกไปสู่ภาคธุรกิจกันด้วย ไม่ว่าใครก็อยากมีธุรกิจ ของตัวเอง อยากทำธุรกิจ

ไอ้เด็กฉลาดๆ พวกนั้น ก็ไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ ไปอยู่ภาคธุรกิจกันหมด แต่ไม่ได้คลุกคลีกับ วงการธุรกิจตั้งแต่แรก เด็กที่ถือว่า เก่งๆ ก็กลายเป็นคนธรรมดา เพราะพวกเค้าไมได้ถูก ฝึก มาในทางนี้โดยตรง


เป็นอีกมุมมองที่ผมเจอมานะครับ เพราะเพื่อนๆ ของผมก็มีหลายคนเก่งระดับประเทศและเคยได้เหรียญรางวัลโอลิมปิก ก็ไปทำงานด้านธุรกิจกันหมดล่ะครับ เพระงาน R&D บ้านเรามีน้อยมาก ไม่มีที่ยืนน่ะครับ

มันคงไม่ใช่เพียงแค่เรือ่งของ ไอ้เด็ก หรือ ไอ้แก่หรอกครับ เพียงแต่เป็นค่านิยมของคนไทยทุกคน ที่จะเน้นส่งเสริมลุกหลานให้มีความคิดว่ามีชีวิตอยู่เพื่อ "รวย" หรือเปล่าน่ะครับ :D

dflymag wrote on Jul 26, '07
มีสองประเด็นที่น่าสนใจนะครับ
อย่างแรกเลย.. ผมสงสัยว่าคนอย่าง บิล เกตส์ เจ้าพ่อไมโครซอฟต์ ก้าวขึ้นมาในระดับนี้ได้อย่างไร ถ้าเรามองในมุมของสิ่งที่เรากำลังคุยกัน หรือ อย่างดีไซน์เนอร์บางคน(ในต่างประเทศ) เขาก็ออกไปตั้งบริษัทออกแบบระดับโลก แต่เขาก็ยังพัฒนาธุรกิจ(บริษัท)ควบคู่ไปกับการเป็นนักออกแบบ(สวมหมวก 2 ใบ) บางทีความสามารถที่เราใช้ในการทำงาน อาจจะเพียงแค่ไม่ถึง 10% ของที่เรามีก็ได้ แต่ผมก็เห็นด้วยในความเป็น "มืออาชีพ" นะครับ ญี่ปุ่นเอง เขาเก่งด้านไหนก็จะเก่งด้านนั้นสุดๆ ไปเลย

ประเด็นต่อมา เราพูดถึงความรวย ซึ่งเราก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ ว่าแค่ไหนถึงจะเรียกว่า รวย
Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help